แอลจีโชว์ศักยภาพนวัตกรรมครั้งยิ่งใหญ่ในงาน CES 2026 ชูแนวทาง AFFECTIONATE INTELLIENCE IN ACTION เผยโฉมนวัตกรรม AI ล่าสุด ที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของหน้าจอ สู่การเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะข้างกายในทุกมิติ ทั้งที่อยู่อาศัย ยานยนต์ และพื้นที่ไลฟ์สไตล์

by TeawFinKinShop
  • แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เปิดตัวนวัตกรรม AI ที่ รับรู้ คิด และลงมือทำ ด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you – นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ”
  • ไฮไลต์ที่ต้องจับตา ได้แก่ หุ่นยนต์ผู้ช่วยอัจฉริยะ LG CLOiD™ โซลูชันสำหรับยานยนต์ ทีวี AI รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย LG OLED evo W6 Wallpaper TV สุดบางเฉียบ และการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ LG SIGNATURE ด้วยเวอร์ชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI
  • ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์สุดดื่มด่ำผ่าน 5 โซนหลัก ทั้ง  Living, Ride, Viewing, Entertainment และ Mastery ที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมเทคโนโลยี ดีไซน์ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกันอย่างลงตัวในทุกไลฟ์สไตล์

ลาสเวกัส, 7 มกราคม 2569 — บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ จัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในงาน CES® 2026 ภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you – นวัตกรรมที่เข้าใจคุณ” นิทรรศการครั้งนี้มุ่งเน้นการสอดประสานแนวคิด ความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์ หรือ Affectionate Intelligence เข้ากับอุปกรณ์ โซลูชัน และสภาพแวดล้อมต่างๆ ในทุกมิติของชีวิต เพื่อยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ไปจนถึงทุกพื้นที่ไลฟ์สไตล์

ภายในงาน CES 2026 ครั้งนี้ แอลจีได้แสดงศักยภาพให้เห็นถึงระบบ AI ของแอลจีที่สามารถรับรู้สภาวะแวดล้อมประมวลผลข้อมูล ตลอดจนปฏิบัติการในสถานการณ์จริงได้อย่างเหนือชั้นผ่านโมเดล รับรู้-ประมวลผล-ปฏิบัติการ (Sense-Think-Act) ที่ไม่ใช่แค่การสั่งงานผ่านซอฟต์แวร์ แต่เป็นการฝัง AI เข้าไปในฮาร์ดแวร์โดยตรง ทั้งในหุ่นยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานพาหนะ และทีวี เพื่อให้ทุกอุปกรณ์สามารถทำงานและปรับตัวตามบริบทได้อย่างชาญฉลาด

นิทรรศการครั้งนี้ยังได้ยกทัพนวัตกรรม AI มาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบครอบคลุมหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ LG CLOiD หุ่นยนต์ผู้ช่วยประจำบ้าน กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบสำหรับยานยนต์แห่งอนาคต แพลตฟอร์มทีวีและความบันเทิง พร้อมการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียม LG SIGNATURE ที่มาในเวอร์ชันใหม่ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มศักยภาพ

จุดต้อนรับอันน่าประทับใจ: ประติมากรรม “In Tune”

ก้าวแรกสู่บูธของแอลจี ผู้เข้าชมจะได้พบกับประติมากรรมดิจิทัลอันน่าทึ่งอย่าง “In Tune” ซึ่งเป็นการนำทีวี LG OLED evo W6 หรือ Wallpaper TV ที่บางเฉียบเพียง 9 มิลลิเมตร จำนวน 38 เครื่อง มาถักทอร้อยเรียงให้ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ทุกจอภาพจะทำงานสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างปรากฏการณ์ภาพที่เคลื่อนไหวจากจอภาพแยกส่วน ก่อนจะหลอมรวมเป็นภาพไดนามิกหนึ่งเดียวที่ทรงพลัง เพื่อสะท้อนถึงแนวคิด “Innovation in tune with you” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Living in Tune: บ้านอัจฉริยะ (Zero Labor Home)

ตามมาด้วยโซน Living in Tune ที่แอลจีได้ฉายภาพวิสัยทัศน์ Zero Labor Home ให้กลายเป็นความจริงที่สัมผัสได้ ที่นี่คือระบบนิเวศอัจฉริยะที่ทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่หุ่นยนต์ประจำบ้าน LG CLOiD เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ ไปจนถึงบริการ AI ทำงานสอดประสานกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อคาดการณ์ความต้องการของผู้ใช้งานล่วงหน้าและลดภาระงานในครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับไฮไลต์ของโซนนี้คือ LG CLOiD ซึ่งได้สาธิตศักยภาพการทำงานจริงใน 3 สถานการณ์จำลองของบ้าน ดังนี้

  • ห้องครัว – วางแผนมื้ออาหารที่เหมาะสมสำหรับสมาชิก 4 คนในครอบครัว
  • ห้องนั่งเล่น – คอยตรวจวัดและส่งเสริมสุขภาวะของผู้สูงวัยที่ยังคงมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ
  • ห้องซักรีด – รับผิดชอบกระบวนการดูแลเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

โดย LG CLOiD ได้รับการออกแบบมาให้มีความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้สามารถปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติและไร้รอยต่อ การสาธิตได้เผยถึงศักยภาพทางกายภาพของ LG CLOiD อันน่าทึ่ง ตั้งแต่ความละเอียดอ่อนในการหยิบจับวัตถุด้วยปลายนิ้วไปจนถึงการเคลื่อนไหวของแขนอย่างอิสระ ซึ่งศักยภาพทั้งหมดนี้ถูกปลดล็อกผ่านการทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI Home อัจฉริยะอย่าง ThinQ™ ได้อย่างสมบูรณ์

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในโซนยังได้จัดแสดงบริการ ThinQ UP และ ThinQ Care เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเมื่อโซลูชันทั้งหมดทำงานประสานกันอย่างชาญฉลาด จะสามารถเปลี่ยนบ้านธรรมดาให้กลายเป็นพื้นที่อัจฉริยะที่เปี่ยมด้วยความเข้าอกเข้าใจ สามารถรับรู้และตอบสนองต่อทุกความต้องการของผู้อยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว LG Actuator AXIUM™ ซึ่งเป็นแบรนด์แอคชูเอเตอร์สำหรับหุ่นยนต์แบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดหุ่นยนต์ซึ่งมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แอคชูเอเตอร์ดังกล่าวเป็นการบูรณาการชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ มอเตอร์ ไดรฟ์ และรีดิวเซอร์ ไว้ในโมดูลขนาดกะทัดรัดเพียงชุดเดียว โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือนข้อต่อของหุ่นยนต์

ซึ่งจุดแข็งของ AXIUM คือการที่แอลจีนำประสบการณ์จากการออกแบบมอเตอร์เครื่องใช้ไฟฟ้ามาใช้ เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด ความเชี่ยวชาญนี้จะทำให้แอคชูเอเตอร์ของแอลจีมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน ทั้งในด้านดีไซน์ที่เบาและกะทัดรัด การทำงานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และการให้แรงบิดที่สูง

Ride in Tune: ยานยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ถัดมาภายในโซน Ride in Tune ที่แอลจีได้นำเสนอวิสัยทัศน์สำหรับยานยนต์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Vehicles) และสภาพแวดล้อมในห้องโดยสารอัจฉริยะ โดยได้มีการสาธิตโซลูชันสำหรับยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของแอลจี (LG AI-powered In-Vehicle Solutions) นวัตกรรมล่าสุดที่การันตีความเหนือชั้นด้วยรางวัลสูงสุด CES 2026 Best of Innovation Award ในสาขาความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment) โดยศักยภาพของโซลูชันนี้จะถูกถ่ายทอดผ่านการทำงานของ 3 ระบบแกนหลัก ได้แก่

  • โซลูชันจอแสดงผลในห้องโดยสาร (Mobility Display Solution) – เปลี่ยนกระจกหน้ารถให้เป็นพื้นผิวจอแสดงผลสำหรับข้อมูลการขับขี่แบบเรียลไทม์หรือเปลี่ยนเป็นโลก Mixed-Reality อันน่าทึ่งเมื่อรถเข้าสู่โหมดขับขี่อัตโนมัติ
  • โซลูชันการมองเห็นสำหรับยานยนต์ (Automotive Vision Solution) – ดวงตาอัจฉริยะของรถที่ใช้เทคโนโลยีติดตามสายตาและเซ็นเซอร์ต่างๆ  เพื่อเฝ้าระวังความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ และสภาวะของผู้โดยสาร ซึ่งนำไปสู่การเปิดใช้งานฟังก์ชันความปลอดภัยแบบปรับเปลี่ยนได้ (Adaptive Safety) และการโต้ตอบที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • โซลูชันความบันเทิงในรถยนต์ (In-Vehicle Entertainment Solution) – สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงที่ต่อเนื่องจากบ้านสู่รถยนต์ได้อย่างไม่มีสะดุด  และยังสร้างสรรค์วิธีการสื่อสารรูปแบบใหม่ผ่านกระจกหน้าต่างด้านข้างของตัวรถ

การทำงานร่วมกันของโมดูลเหล่านี้ คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า แพลตฟอร์ม Generative AI แบบ Multimodal ของแอลจี สามารถเปลี่ยนทุกการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและพิเศษสุดสำหรับแต่ละบุคคลได้อย่างน่าทึ่ง

Viewing in Tune: จอภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI

สำหรับโซน Viewing in Tune คือพื้นที่ที่แอลจีได้ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเทคโนโลยีจอภาพ เพื่อมอบประสบการณ์การรับชมที่เหนือจินตนาการ หัวใจสำคัญของโซนนี้คือทีวี LG OLED evo Wallpaper ที่จะทำให้ผู้ชมเต็มอิ่มกับคุณภาพของภาพอันสมบูรณ์แบบจากเทคโนโลยี Hyper Radiant Color พร้อมดื่มด่ำกับความงามของดีไซน์ Wallpaper ที่บางเฉียบจนแนบสนิทไปกับผนัง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมต่อแบบไร้สายอย่างสมบูรณ์ด้วยเทคโนโลยี True Wireless และเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โซนนี้ยังเปิดตัว LG Gallery+ บริการใหม่บน webOS ที่จะเปลี่ยนทีวีของคุณให้กลายเป็นแกลเลอรีศิลปะส่วนตัว คัดสรรผลงานมาจัดแสดงตามรสนิยมของคุณโดยเฉพาะ

ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การควบคุมทีวีที่ง่ายดายและชาญฉลาด ผ่านการสาธิตคุณสมบัติ webOS AI ทั้ง AI Search, AI Concierge และ AI Voice Control ซึ่งเผยให้เห็นว่าเทคโนโลยีการประมวลผลภาษาธรรมชาติและระบบแนะนำอัจฉริยะ สามารถเปลี่ยนวิธีการจัดการเนื้อหาและการตั้งค่าอุปกรณ์ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่เคย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเผยโฉมทีวีเรือธงเจเนอเรชันใหม่ อย่าง OLED evo G6 และ Micro RGB evo ซึ่งขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล α (Alpha) 11 AI Processor Gen3 ชิปประมวลผลรุ่นนี้มีคุณสมบัติเด่นคือ Dual Super Upscaling ซึ่งสามารถประมวลผลการอัปสเกลด้วย AI สองรูปแบบได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้ภาพมีความคมชัดสูงขึ้น ในขณะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสมดุล มอบประสบการณ์ความคมชัดและความดื่มด่ำในระดับสูงสุด พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดง AM Micro LED TV AI ขนาด 136 นิ้ว ที่จะมาทำหน้าที่เป็นเวทีสุดอลังการสำหรับคอนเทนต์ระดับพรีเมียม

Entertainment in Tune: เพื่อคอเกมและคนรักเสียงเพลง

แอลจีจับมือกับ Reddit เพื่อสร้างสรรค์โซน Entertainment in Tune ซึ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงขุมพลังแห่งความบันเทิงสำหรับคอเกมโดยเฉพาะ โดยนำเสนอสุดยอดประสบการณ์การเล่นเกมใน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย

  • สัมผัสประสบการณ์เกมคอนโซลบนจอภาพที่ดีที่สุดผ่านทีวี OLED evo W6 และพลังเสียงจาก Aero Speaker
  • ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของเกมพีซี ยกระดับความลื่นไหลในทุกการเคลื่อนไหวด้วยจอ UltraGear™ OLED GX9 ที่มาพร้อมโหมดการทำงานคู่ (Dual Mode) สุดล้ำ สามารถเลือกระหว่างความละเอียดคมชัดระดับ 5K2K ที่ 165Hz หรืออัตราการรีเฟรชที่สูงถึง WFHD ที่ 330Hz พร้อมการอัปสเกลภาพด้วย AI

ระบบเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อสาธิตศักยภาพของทีวี OLED ไร้สายของแอลจี พาเนลจอภาพที่มีอัตรารีเฟรชสูง และประสบการณ์การเล่นเกมที่มีความหน่วงต่ำและความละเอียดสูง ซึ่งเป็นผลจากเทคโนโลยีการอัปสเกลด้วย AI

ภายในโซนยังมี xboom Studio ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับมิติใหม่ของพลังเสียงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ xboom รุ่นล่าสุด ซึ่งเป็นผลงานการสร้างสรรค์ร่วมกันระหว่างแอลจีและศิลปินระดับโลกอย่าง will.i.am โดยยกทัพมาให้สัมผัสกันครบครันทั้ง

  • LG xboom Stage 501: ขุมพลังเสียงระดับมืออาชีพสำหรับเวทีและการแสดงสด
  • LG xboom Blast: ลำโพงพกพาไซส์ยักษ์ ที่พร้อมปลดปล่อยพลังเสียงในทุกที่ที่คุณไป
  • LG xboom Mini และ LG xboom Rock: คู่หูลำโพงขนาดกะทัดรัด เพื่อนร่วมทางด้านเสียงเพลงสำหรับทุกวันของคุณ

อีกหนึ่งไฮไลต์พิเศษภายในสตูดิโอคือ The Lab ที่จะพาคุณไปสัมผัสกับ FYI.RAiDiO ประสบการณ์วิทยุแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสร้างสรรค์โดย will.i.am ที่คุณจะได้ก้าวเข้าสู่โลกใหม่ของการฟังวิทยุ ที่สามารถพูดคุยกับดีเจ AI เลือกฟังสถานีโปรดตามธีมที่สนใจ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนทนาสดๆ ในประเด็นร้อนทั้งเรื่องดนตรี วัฒนธรรม และเทคโนโลยี

Mastery in Tune: ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบกับ LG SIGNATURE

ก้าวเข้าสู่โซน Mastery in Tune ที่ซึ่งเทคโนโลยีและศิลปะแห่งการใช้ชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แอลจีได้จับมือกับ Poliform แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หรูจากอิตาลี เพื่อนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG SIGNATURE ในบรรยากาศการตกแต่งภายในที่หรูหราและสมบูรณ์แบบ สะท้อนถึงที่สุดแห่งสุนทรียภาพในการอยู่อาศัย

โดยเปิดให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ ตู้เย็น LG SIGNATURE ที่สามารถสนทนากับคุณได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี AI เชิงสนทนาที่ใช้ LLM เป็นพื้นฐาน ซึ่งพร้อมมอบคำแนะนำที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ¹ พร้อมปฏิวัติการจัดการอาหารในครัวของคุณด้วย ตู้เย็น LG SIGNATURE Smart InstaView™ และแอปพลิเคชัน ThinQ™ Food ที่ใช้กล้องภายในคอยสแกนวัตถุดิบ สร้างสรรค์เมนูอาหาร หรือแม้กระทั่งแนะนำวัตถุดิบทดแทนให้อย่างชาญฉลาด²

นอกจากนี้ยังมี เตาอบ LG SIGNATURE Oven Range ที่ได้รับการติดตั้งฟังก์ชัน Gourmet AI ซึ่งใช้กล้อง AI ภายในเตาอบเพื่อจำแนกประเภทอาหารได้มากกว่า 80 ชนิด และเลือกการตั้งค่าการประกอบอาหารที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ มาพร้อมกับ คุณสมบัติ AI Browning จะปฏิบัติการตรวจติดตามขนมปังในระหว่างการอบ และส่งการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน ThinQ เมื่อระดับความสุกได้มาถึงค่าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า

In Tune for Everyone

นอกเหนือจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยี แอลจียังได้จัดสรรพื้นที่พิเศษในชื่อ In Tune for Everyone เพื่อสะท้อนถึงพันธสัญญาด้านความยั่งยืน (ESG) ของบริษัทภายใต้วิสัยทัศน์ “Better Life for All” โดยภายในนิทรรศการได้จัดแสดงโซลูชันที่ครอบคลุมและเท่าเทียม อย่าง Comfort Kit ชุดอุปกรณ์ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้คนทุกวัยและทุกความสามารถสามารถใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจีได้ง่ายขึ้น พร้อมด้วย Easy-to-Read Books หนังสือที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้ช้าและเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการสามารถเข้าใจการทำงานและการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น

ขอเชิญสัมผัสประสบการณ์นวัตกรรมของแอลจีได้ในงาน CES 2026 ระหว่างวันที่ 6-9 มกราคม ณ ศูนย์ประชุมลาสเวกัส บูธหมายเลข #15004 หรือสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ในเอกสารข่าวสำหรับสื่อมวลชนที่นี่

You may also like