อาดิดาสเปิดตัวรองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge พร้อมก้าวสู่ยุคใหม่ของการวิ่งบนถนน

by TeawFinKinShop
  • Hyperboost Edge เผยนิยามใหม่ของการวิ่งบนถนน ด้วยการรองรับแรงกระแทกและการคืนพลังงานในระดับสูงสุด และน้ำหนักที่เบา
  • ผสาน 3 เทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานในระดับสูงสุดของรองเท้าวิ่งซูเปอร์เทรนเนอร์ (Super-trainer) ที่สามารถสวมใส่และใช้งานได้ทุกวัน โดยมีน้ำหนักเพียง 255 กรัม เท่านั้น
  • รองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge มีพื้นรองเท้าที่หนาและการออกแบบอย่างสวยงามสะดุดตา โดยรองเท้า Hyperboost Edge สีแดง จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th , ช่องทาง LINE: @adidasthailand และร้านขายอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ

อาดิดาส เปิดตัว Hyperboost Edge รองเท้าวิ่งซูเปอร์เทรนเนอร์น้ำหนักเบารุ่นใหม่ล่าสุด ที่จะมาสร้างนิยามใหม่ของการวิ่งบนถนนด้วย 3 เทคโนโลยีสุดล้ำสมัย ได้แก่ พื้นรองเท้าชั้นกลาง Hyperboost Pro, อัปเปอร์ PRIMEWEAVE, และพื้นรองเท้าชั้นนอก LIGHTTRAXION ที่ช่วยทำให้รู้สึกถึงสมดุลของความสบายเท้าและการตอบสนองในทุกก้าวที่วิ่ง

รองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นรองเท้าวิ่งแบบซูเปอร์เทรนเนอร์ที่มีน้ำหนักเบาและปราศจากแผ่นรองและชิ้นส่วนเสริมความแข็งแรงที่ฝังอยู่ในพื้นรองเท้าชั้นกลาง ทำให้การทำงานของโฟมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่มีความสอดคล้องกับจังหวะการเคลื่อนไหวอย่างเป็นธรรมชาติ และให้ความรู้สึกที่เบาสบายและคล่องตัว โดยมีน้ำหนักเพียง 255 กรัมเท่านั้น* อีกทั้งยังให้ความรู้สึกนุ่มสบายสูงสุดและสามารถส่งคืนพลังงานระดับสูงในทุกย่างก้าว

สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดประสบการณ์การวิ่งในรูปแบบใหม่ก็คือ โฟม Hyperboost Pro วัสดุที่มีประสิทธิภาพการใช้งานในระดับสูง มีคุณสมบัติด้านการรองรับแรงกระแทกในระดับสูงสุด ซึ่งผ่านการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีของพื้นรองเท้าชั้นกลางของรองเท้าสำหรับนักวิ่งระดับ Elite จนได้โฟมสูตรใหม่ที่มอบประสบการณ์การวิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการวิ่งทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งในชีวิตประจำวันหรือการฝึกวิ่งสะสมระยะทาง ด้วยพื้นรองเท้าที่มีความหนาบริเวณส้นเท้า 45 มม. และดรอปของพื้นรองเท้า 6 มม. ช่วยให้เกิดความรู้สึกที่เปี่ยมพลังอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งฝ่าเท้า จึงทำให้โฟมของรองเท้าคู่นี้เป็นทั้งตัวกำหนดประสบการณ์การวิ่งและสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับ Hyperboost Edge

โฟม Hyperboost Pro ถูกพัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ด้านวัสดุที่ผ่านการพิสูจน์และทดสอบในห้องแล็บของอาดิดาส ควบคู่กับงานวิจัยผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยโคโลญ ซึ่งจากการทดสอบกับนักวิ่งจำนวน 60 คน พบว่า รองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge มีศักยภาพการใช้งานที่เหนือกว่ารองเท้าที่นักวิ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน ทั้งในเชิงสมรรถนะและความรู้สึกสบาย โดย 73% ของผู้ทดสอบรู้สึกถึงการส่งคืนพลังงานที่ดีกว่า ขณะที่อีก 77% สัมผัสได้ถึงความนุ่มของการรองรับแรงกระแทก และมากกว่าครึ่งหนึ่งของนักวิ่งทั้งหมด รู้สึกพอใจในความรู้สึกสบายโดยรวมของรองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า รองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge มอบประสบการณ์การวิ่งที่ดีกว่าในภาพรวม ถือเป็นการตอกย้ำว่าพื้นรองเท้า Hyperboost Pro ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของเทคโนโลยีรองเท้าวิ่งอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากเทคโนโลยีโฟมแบบใหม่แล้ว รองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ยังมีอัปเปอร์และพื้นรองเท้าชั้นนอกที่ช่วยทำให้รู้สึกประทับใจในทุกการวิ่ง โดยนักวิ่งทุกคนจะได้สัมผัสถึงความรู้สึกสบายและพลังงาน โดยอัปเปอร์ PRIMEWEAVE วัสดุผ้าถักทอที่มีความนุ่มเป็นพิเศษและมีน้ำหนักเบา ช่วยมอบความรู้สึกสบายและความกระชับมั่นคงเพื่อการสวมใส่ที่พอดี และยังมีโครงสร้างที่บริเวณส้นเท้า ซึ่งช่วยเพิ่มการรองรับแรงกระแทกและความรู้สึกมั่นคงโดยเฉพาะ ใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่รู้สึกติดขัดใด ๆ วัสดุระดับพรีเมียมที่นุ่มและโครงสร้างส้นเท้าที่รองรับอย่างมั่นคง ทำงานร่วมกันเพื่อซัพพอร์ตทุกการวิ่ง ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีและมีความสวยงามอีกด้วย

สำหรับการออกแบบพื้นรองเท้าชั้นนอกแบบใหม่ของรองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ได้แรงบันดาลใจจาก DNA ของรองเท้าวิ่งแข่งของอาดิดาส โดยมีการใช้วัสดุ LIGHTTRAXION แบบเต็มพื้นรองเท้าและมีน้ำหนักเบา ในการช่วยเสริมคุณสมบัติการยึดเกาะพื้นผิวและแรงเสียดทานสูงตั้งแต่ส้นเท้าจรดปลายเท้า ด้วยโครงสร้างฐานที่บางและเบายิ่งขึ้น เทคโนโลยีนี้นำแนวคิดสมรรถนะระดับ Adizero มาปรับใช้กับการวิ่งในทุกวัน ช่วยให้ทุกย่างก้าวรู้สึกมั่นคง คล่องตัว และมั่นใจ พร้อมการยึดเกาะที่ทนทานในหลากหลายสภาพการใช้งาน

Hyperboost Edge ไม่เพียงแต่มีความโดดเด่นในเรื่องสมรรถนะการใช้งาน แต่ยังสร้างมิติใหม่ด้านการออกแบบรองเท้าวิ่งของอาดิดาส ด้วยพื้นชั้นกลางที่มีลักษณะบวม โดยได้แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์เชิงอุตสาหกรรม ช่วยดึงดูดความสนใจไปที่พื้นรองเท้าชั้นกลาง Hyperboost Pro ซึ่งเป็นหัวใจหลักของรองเท้าคู่นี้ นอกจากนี้ การออกแบบรองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ยังถือเป็นครั้งแรกที่อาดิดาสนำแถบสามเส้นอันเป็นเอกลักษณ์วางตำแหน่งไว้บนพื้นชั้นกลางแบบซ้อน เพื่อเน้นย้ำหัวใจหลักด้านสมรรถนะของรองเท้ารุ่นนี้

ส่วนของอัปเปอร์ก็ถูกออกแบบให้มีดูเรียบง่าย สะอาดตา แฝงด้วยความล้ำสมัย เกิดเป็นภาพลักษณ์โดยรวมที่ดูโฉบเฉี่ยว พร้อมมุ่งสู่อนาคต ด้วยรายละเอียดที่น้อยลง การซ่อนรูร้อยเชือก และองค์ประกอบที่เชื่อมติดแบบน้ำหนักเบา

แพททริก นาวา ผู้จัดการทั่วไปฝ่าย adidas Running กล่าวว่า “เราต้องการนำเสนอสิ่งที่สามารถเปลี่ยนประสบการณ์การวิ่งของนักวิ่งได้อย่างแท้จริง ซึ่งรองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ก็คือภาพสะท้อนของแนวคิด Power of Three อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการรองรับแรงกระแทก พลังงาน และความเบา ที่ถูกรวมไว้ในรองเท้าคู่เดียว เราได้สร้างรองเท้าวิ่งซูเปอร์เทรนเนอร์ที่ให้ความรู้สึกเบา ตอบสนองฉับไวในทุกย่างก้าว รองรับแรงกระแทกได้อย่างมั่นใจ และมีความพร้อมที่จะซัพพอร์ตนักวิ่งในทุกประเภทการซ้อมและทุกระยะทาง จึงถือได้ว่ารองเท้าคู่นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ Hyperboost Pro จะนำไปต่อยอดสู่รองเท้าสมรรถนะรุ่นอื่น ๆ ของเราในอนาคต”

รองเท้า Hyperboost Edge สีแดง วางจำหน่ายในราคา 7,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป ที่ อาดิดาส แบรนด์ เซ็นเตอร์, อาดิดาส สปอร์ต เพอร์ฟอร์แมนซ์, อาดิดาส แอปพลิเคชัน, อาดิดาส ออนไลน์ สโตร์ www.adidas.co.th, ช่องทาง LINE: @adidasthailand และร้านขายอุปกรณ์กีฬาชั้นนำทั่วประเทศที่ร่วมรายการ และเตรียมพบกับรองเท้าวิ่ง Hyperboost Edge ในสีใหม่ ๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุค www.facebook.com/adidasTH อินสตาแกรม @adidasthailand @adidasrunning และ  ติ๊กต็อก @adidas_th หรือที่แฮชแท็ก #Hyperboost #adidasrunning

You may also like